
หวั่นรัฐฟื้น “หวยออนไลน์” ทำผีพนันคืนชีพ ผลวิจัยชี้วัยโจ๋ไทยแค่ 8 ขวบเริ่มติดหนี้พนัน โต๊ะบอลครองแชมป์ทำเด็กไทยเป็นโจร บางรายถึงขั้นให้แฟนขายตัวใช้หนี้…
นายธนากร คมกฤส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์หยุดการพนัน กล่าวระหว่างการเสวนาเรื่อง“เด็กและเยาวชน…กับวิกฤตพนันในสังคมไทย” ว่า ปัจจุบันการเล่นพนันมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเยาวชนที่ขาดความยั้งคิด จนพัฒนากลายเป็นนักพนันหน้าใหม่ จากการศึกษาวิจัยของนักวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ระบุว่า ธุรกิจพนันออนไลน์มีการเติบโตถึงปีละ 20% โดยที่ กฎหมายไม่สามารถจัดการได้ เนื่องจากความล้าหลังของพ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ครอบคลุมถึงการเล่นพนันออนไลน์ ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน จนเกิดเป็นช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย
นอกจากนี้สิ่งที่เครือข่ายฯกังวลคือแนวโน้มว่ารัฐบาลใหม่อาจจะปัดฝุ่นตู้อัตโนมัติขายฉลากกินแบ่ง รวมไปถึงหวย 2 ตัว 3 ตัว ขึ้นมาอีก ส่งผลให้สถานการณ์จากการเล่นพนันรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้จากการสำรวจ “พฤติกรรมและผลกระทบจากการเล่นพนัน รวมถึงความคาดหวังในการป้องกันและแก้ไขปัญหา” ในเยาวชนชายบ้านกาญจนาฯทั้งหมด 189 รายระหว่างวันที่ 22-26 ก.ค2554 พบว่า เยาวชนกว่า 84.7 % เคยมีประสบการณ์เล่นการพนัน
ขณะเดียวกันเกินกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 53.1% ระบุว่า เริ่มเล่นการพนันครั้งแรกตอนอายุเพียง10 ปี สำหรับพนันที่เล่นบ่อยที่สุด คือ ไพ่ ลองลงมา ตู้ม้า ตู้สล็อตพนันบอล ไฮโล หวย เป็นต้น
สำหรับสถานที่ยอดฮิตที่นิยมเล่น ได้แก่ บ้านเพื่อน 48.1 % บ้านตัวเอง 24.4 % และบ่อนการพนัน 10.6 % ส่วนปัจจัยที่ทำให้หันหน้าเข้าหาการพนัน เยาวชน ระบุว่า 48.8 % เล่นแล้วสนุกสนาน 25.6 % อยากได้เงิน 11.2 % อยากรู้อยากลอง โดยเยาวชน 53.1 % ยอมรับว่าภายใน 1 เดือนจะต้องเล่นการพนันประมาณ 1-5 ครั้ง รองลงมา 14.4 % เล่น 6-10 ครั้ง ส่วน 8.1% บอกว่าเล่นทุกวัน และที่น่าตกใจคือ เยาวชนบางคน ตั้งใจนำเงินที่มีอยู่มาเล่นการพนันในวงเงินที่สูงถึง 30,000-90,000 บาทต่อครั้ง
สำหรับผลกระทบที่ตามมาคือ ต้องหาเงินใช้หนี้พนันด้วยวิธีที่ผิด เช่น การปล้น การค้ายาเสพติด ลักขโมย หรือแม้แต่ บังคับให้แฟนมีเพศสัมพันธ์ เพื่อใช้หนี้พนันนายบี (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี เยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า ตนเริ่มเข้าสู่วงจรพนันตั้งแต่อายุได้เพียง 8 ปี เพราะชอบการเสี่ยงโชค อยากรู้อยากลอง อยากมีเงินใช้โดยไม่ต้องขอพ่อ เมื่ออายุได้ 12 ปี ก็เริ่มเล่นพนันหนักขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเปิดบ่อนเล่นไพ่ที่บ้าน เล่นพนันทายผลฟุตบอล เพียงวันเดียวติดหนี้พนันบอลกว่า 8 หมื่นบาท จนต้องหนีเพราะโดนขู่เอาชีวิต หากไม่มีเงินมาใช้หนี้
ส่วนการเรียนก็ต้องทิ้งไป ทรัพย์สินที่มีอยู่โดยเจ้ามือโต๊ะบอลยึดไว้ทั้งหมด ด้วยสถานการณ์บังคับจึงต้องหาทางใช้หนี้ด้วยวิธีที่ผิด ด้วยการปล้นรถจักรยานยนต์ ของผู้ที่สัญจรผ่านไปมาเพื่อนำไปขายใช้หนี้พนัน อาทิตย์หนึ่งได้มา 3-4 คัน แต่พอใช้หนี้หมดความโลภก็ไม่สิ้นสุด ยังคงปล้นเอารถไปขายต่อไป เพราะได้เงินมาง่ายๆก็เอาไปเล่นพนันต่อ จนกระทั่งวันหนึ่งได้ก่อเหตุอีกครั้ง มีการต่อสู้จนเหยื่อเสียชีวิต ต้องหลบหนีการจับกุมอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็ถูกตำรวจจับดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และศาลตัดสินจำคุก 7 ปี 6 เดือน
ที่มาไทยรัฐ
บุกกินป่าเขาใหญ่แล้ว 700 ไร่

อธิบดีอุทยานฯ ชี้เขาใหญ่กว่า 700 ไร่ถูกรุก ยันหาตัวคนผิดมาดำเนินคดี…
นายสุนันต์ อรุณนพรัตน์ อธีบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้มีอิทธิพลบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปราจีนบุรีและนครนายก ว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2545 เปรียบเทียบกับปัจจุบัน พบว่าภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2545 พื้นที่บริเวณดังกล่าวยังมีความเป็นป่าอุดมสมบูรณ์
แต่เวลานี้ มีการเข้าไปครอบครองจำนวน 21 ราย เนื้อที่กว่า 700 ไร่ สภาพความเป็นป่าหายไป มีการบุกรุกแผ้วทั้งเพื่อทำการเกษตร และปลูกบ้านพัก ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เขาใหญ่ เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่แล้ว แต่ไม่พบตัวคนที่เป็นเจ้าของ จากนี้ไปก็จะใช้วิธีการดักซุ่ม เพื่อให้ได้ตัวคนที่เป็นเจ้าของมาดำเนินคดีให้ได้
นายสุนันต์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามการหากมีข่าวออกไปแล้วยังไม่มีผู้ออกมาแสดงตัวเป็นเจ้าของที่ดิน เราก็สามาราถ ดำเนินการทางกฎหมายโดยการเข้าทำลายพืชอาสินที่เพาะปลูกไว้ หรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเลยก็ได้ แต่ในกรณีนี้เราอยากได้ตัวเจ้าของเพื่อมาดำเนินคดีให้ได้ จึงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่อีกสักระยะ แต่คงไม่ถึง 1 เดือนน่าจะมีความคืบหน้า
สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่บุกรุก ที่ยังไม่ได้มีการออกเอกสารสิทธิ์แต่อย่างใด ในทางลับก็เป็นที่รู้กันว่าท้องถิ่นอาจจะมีส่วนร่วมในการเข้าไปดำเนินการในพื้นที่
ที่มาไทยรัฐ
อนุมัติ100ล้านจัดพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ

รัฐบาลอนุมัติงบประมาณเบื้องต้น 100 ล้านบาท จัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี…
1 ส.ค. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 130/2554 แล้ว พร้อมทั้งได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 100 ล้านบาท ในการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
โดยในส่วนของการจัดสร้างพระเมรุนั้น กรมศิลปากรได้รายงานว่า พลอากาศตรีอาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะสถาปนิกออกแบบพระเมรุสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เข้าเฝ้าฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อรับพระบัญชา ซึ่งทรงมีพระบัญชาพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพให้เหมือนครั้งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อไปว่า พลอากาศตรี อาวุธ พร้อมด้วยกรมศิลปากร จะดำเนินการออกแบบพระเมรุใหม่ พร้อมเตรียมดำเนินการจัดสร้างพระเมรุ บริเวณท้องสนามหลวง โดยจะเริ่มดำเนินการออกแบบและจัดสร้างตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2554จนถึงเดือนมีนาคม 2555 ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 8 เดือน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมศิลปากร ได้ประสานไปทางกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้สนามหลวงในการจัดสร้างพระเมรุแล้ว
“ในวันที่ 2 สิงหาคมนี้ ผมจะเชิญหน่วยงานในสังกัด วธ.ทั้งหมด มาประชุมหารือการทำงานงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ จากนั้นในเวลา 14.00 น.ผมจะนำข้อหารือในส่วนของวธ. รายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ที่ทำเนียบรัฐบาล ได้รับทราบ” รมว.วัฒนธรรม กล่าว
ที่มาไทยรัฐ
กรมป่าไม้เอาจริง! ลุย22รีสอร์ทรุกป่าเขาภูหลวง

กรมป่าไม้หักดิบ 22 บ้านพัก – รีสอร์ท รุกป่าสงวนเขาภูหลวง ตั้งทีมเฉพาะกิจ 6 ชุดตรวจค้น ขยายผลเพิ่มอีก 17 ราย ยอมรับอาจใช้เวลาในการสอบคดีนานถึง 10 ปีขึ้นไป…
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะทำงานชุดเฉพาะกิจป้องกัน และปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา กรณีปัญหาการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว ได้ทำการตรวจสอบพิกัด และภาพถ่ายทางอากาศบ้านพัก และรีสอร์ทจำนวน 22 แปลง ที่มีหลักฐานว่าบุกรุกเขตป่าเขาภูหลวงอย่างชัดเจน โดยวันที่ 4 ส.ค.นี้จะนำข้อมูลทั้งหมดไปประชุมร่วมกับแม่ทัพภาค 2 ผวจ.นครราชสีมา พร้อมด้วยตัวแทนจากกรมสอบคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) รวมทั้งสำนักงานปฏิรูปที่ดิน และหน่วยงานในพื้นที่ ผู้ประกอบการ เพื่อชี้แจงและตอบข้อคำถามอย่างละเอียด เพราะหลังจากนี้ในวันที่ 5 ส.ค.นี้ จะขอออกหมายศาล เพื่อเข้าไปตรวจค้นทั้ง 22 จุด ซึ่งกรมป่าไม้ ตั้งทีมเฉพาะกิจรวม 6 ชุดๆ ละ 30 คน ร่วมกับทหาร ตำรวจ เพื่อเข้าไปยังรีสอร์ท และบ้านพักเป้าหมายทำงานพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.นี้
อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังตรวจสอบการบุกรุกเพิ่มเติมในเขตป่าโซนซี บริเวณเขตพื้นที่วังน้ำเขียว และ อ.ปากช่อง รวมอีก 17 ราย ซึ่งกำลังเร่งตรจสอบพิกัดให้เสร็จเร็วๆ นี้ ส่วนการดำเนินการหลังจากขอตรวจค้นแล้ว ก็เป็นเรื่องของเจ้าพนักงาน ซึ่งยอมรับว่า อาจใช้เวลาในการสอบคดีนานตั้งแต่ 1-10 ปีขึ้นไป อย่างที่กรณีการรุกอุทยานทับลาน ที่ใช้เวลานานมากกว่าคดีจะสิ้นสุด และมีผลบังคับคดีให้รื้อถอนออก
อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมป่าไม้ ยังยืนยันว่า จะใช้วังน้ำเขียวเป็นโมเดล ในการจัดการปัญหาการรุกป่าให้เป็นตัวอย่างกับพื้นที่อื่นๆ อย่างถึงที่สุด ทั้งนี้ยอมรับว่าหน่วยงานของฝ่ายปกครอง ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่กรมป่าไม้ กำลังดำเนินการ และเรื่องนี้ต้องคุยให้ชัดเจนว่า หน่วยงานอื่นๆ จะทำงานร่วมกันหรือไม่ ถ้าไม่ทำกรมป่าไม้ก็จะลุย
เมื่อถามว่าหากรัฐบาลใหม่เข้ามา และมีนโยบายให้เยียวยา หรือทบทวนการดำเนินคดีรีสอร์ทรุกป่าวังน้ำเขียว กรมป่าไม้ จะทำอย่างไร นายสุวิทย์ กล่าวว่า นโยบายต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย แม้ขณะนี้จะมีเสียงจากผู้ประกอบการ และบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของกรมป่าไม้ และพยายามจะให้กรมป่าไม้ประนีประนอม ทั้งการขอเช่าพื้นที่ หรือให้เยียวยา หรือใช้มวลชนกดดันก็ตาม แต่กรมป่าไม้คงละเว้นใครไม่ได้ เหมือนกับการจับโจรผ่านไป 10 ปี ก็ยังถือว่ายังจับโจรได้อยู่
“การที่บอกว่าจะให้ไปเยียวยา ต้องถามว่า รัฐบาลจะเยียวยาคนรวยที่รุกป่าหรือไม่ หากทำแบบนี้ต้องตอบคำ ถามสังคมให้ได้ว่า มีเหตุผลอะไรที่ต้องเยียวยาคนรวย หรือนายทุน ถ้ารัฐบาลทำแบบนี้ ผมก็คงอยู่ไมได้ ส่วนที่ระบุว่าเป็นลูกจ้างของรีสอร์ท หรือขายผลผลิตการเกษตรที่จะตกงาน กรมป่าไม้ยินดีรับเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างดูแลป่า แต่เงินเดือนคงประมาณ 5,000-6,000 บาท แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากมาอยู่ อย่างไรก็ตาม ในเมื่อคนทำผิด และถูกจับได้ ก็น่าจะยอมรับผลการตรวจสอบ ซึ่งผมก็เป็นห่วงว่า กว่าคดีจะสิ้นสุดคงต้องรออีกนาน ดังนั้นก็จะใช้วิธีติดตามทุกคดีเป็นรายเดือน” อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ที่มาไทยรัฐ
เตรียมทำแผนที่น้ำท่วมน่านถวาย”ในหลวง”

กรมทรัพยากรน้ำ เตรียมทำแผนที่น้ำท่วมน่านถวาย “ในหลวง” หวังลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าท่วมเมืองน่าน…
เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า อิทธิพลของพายุดีเปรสชันนกเตน ทำให้ขณะนี้มี 7 จังหวัดที่ต้องเฝ้าจับตาเนื่องจากมีปริมาณฝนตกมากว่า 200 มิลลเมิตรต่อวัน คือ สกลนคร นครพนม เลย น่าน แพร่ เชียงใหม่ อุดรธานี ว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งกรมฯ กำลังเฝ้าระวังและจะแจ้งเตือนภัยเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กรมทรัพยากรน้ำ ได้จัดทำแผนการจัดการทรัพยากรพื้นที่ป้องกันน้ำท่วมใน จ.น่าน โดยใช้งบ 1,824 ล้านบาท ศึกษาการจัดการน้ำทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อ มิ.ย.ที่ผ่านมา กรมทรัพยากน้ำ ได้ส่งทีมเข้าไปสำรวจสาเหตุปัญหาพบว่า พื้นที่ต้นน้ำเกิดจากพื้นที่ป่าที่เปลี่ยนแปลงไป ความสามารถในการสร้างแหล่งชะลอน้ำในพื้นที่ต้นน้ำ และที่สำคัญคือความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ส่วนพื้นที่กลางน้ำ จะมีสาเหตุจากความเปลี่ยนแปลงในระบบลำน้ำที่แคบและตื้น มากขึ้นและประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่เมืองทำได้จำกัด ส่วนในพื้นที่ท้ายน้ำพบการตื้นเขินของพื้นที่บริเวณปากไฮ ทำให้น้ำระบายได้ ไม่มีประสิทธิภาพ
อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวต่อว่า ดังนั้น กรมฯ จะทำแผนป้องปันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ จ.น่าน ดังนี้ 1.ผันน้ำ น้ำมุ่น-ห้วยส้มป่อย เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าเมืองน่านทางฝั่งตะวันตก ระยะทาง 4.17 กิโลเมตร 2.ผันน้ำร่องโอ้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในเมืองโดยลดระยะทางจาก 1 กิโลเมตรเหลือ 560 เมตร 3.ผันน้ำน้ำว้า – น้ำน่าน โดยสร้างคลองสายใหม่ เชื่อมต่อกับลำน้ำว้า (บ้านขึ่งใต้) กับแม่น้ำน่าน (บ้านส้านเหนือ) ผันน้ำ ปริมาณ 300 ลบ.ม.ต่อวินาที 4.การก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำ ในพื้นที่ จ.น่าน มีโครงการอ่างเก็บน้ำที่มีศักยภาพในการบรรเทาอุทกภัย จำนวน 11 โครงการ รวมความจุ 211.11 ล้าน ลบ.ม. 5.การขุดลอกแม่น้ำน่าน 98 กิโลเมตร เพื่อให้น้ำสามารถไหลไปตามลำน้ำได้สะดวกมากขึ้นด้วยการปรับเพิ่มลาดชันท้อง น้ำและขยายขนาดลำน้ำให้ใหญ่ขึ้นและ6.ป้องกัน ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำให้คงสภาพนิเวศป่าให้สมบูรณ์
ทั้งนี้ แผนดังกล่าว กรมฯ จะเสนอผู้ว่าราชการจังหวักน่าน ในวันที่ 8 ส.ค.นี้ เพื่อให้จัดทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับแผนดังกล่าว หลังจากนั้นเมื่อรับฟังความเห็นชาวบ้านแล้ว จะรวบรวมความเห็นของชาวบ้านและแผนเพื่อนำถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเป็นห่วงปัญหาน้ำท่วม จ.น่านมาก
ที่มาไทยรัฐ
นร.ไทยซิว 3 เงิน 5 ทองแดง แข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิกเอเชียที่จีน

นักเรียนไทยระดับมัธยมปลาย ได้ 3 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง จากการไปร่วมแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิกเอเชีย ระดับมัธยมศึกษา Southeast Mathematics Olympia 2011 (SMO) ที่ประเทศจีน…
เมื่อเวลา 22.00 น. 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายปราโมทย์ ขจรภัย และนางนิจวดี เจริญเกียรติบวร หัวหน้าคณะสพฐ. ผู้นำนักเรียนไทย พร้อมด้วยตัวแทนนักเรียนไทย 12 คนที่เดินทางเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกเอเชีย ระดับมัธยมศึกษา Southeast Mathematics Olympia 2011 (SMO) ระหว่างวันที่ 23 ก.ค.-1 ส.ค.54 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางกลับถึงไทยแล้ว โดยสายการบินไชน่าอีสเทิร์น แอร์ไลน์ เที่ยวบิน CZ 316 โดยมีคณะครูอาจารย์จากโรงเรียนและครอบครัวมารอรับอย่างคับคั่ง
โดยนายปราโมทย์ เปิดเผยว่า การเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ มีผู้เข้าแข่งจาก 9 ประเทศ รวมประมาณ 300 คน ผลปรากฎว่า นักเรียนไทยสามารถคว้ามาได้ 3 เหรียญเงิน ประเภทบุคคล ประกอบด้วย นายกฤตกร กานติกูล ร.ร.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม นายปวีณ ปิติมานะอารี ร.ร.สาธิต มศว ปทุมวัน และนายธนัท โกมลสิริภักดี ร.ร.กรุงเทพ คริสเตียนวิทยาลัย และยังคว้ารางวัลได้อีก 5 เหรียญทองแดง
ด้านนายนายกฤตกร อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นม.4 ร.ร.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม กล่าวว่า การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ ตนได้รับรางวัลเหรียญเงิน หากได้รับรางวัลเหรียญทอง ก็จะรู้สึกดีใจมากกว่านี้ โดยการแข่งขันครั้งนี้ถือว่าโจทย์ข้อสอบที่ทำการแข่งขันมีความยากมาก จากนี้ตนก็จะพยายามทบทวนและทำข้อสอบให้มากกว่านี้ ส่วนเพื่อนที่ไปเข้าร่วมการแข่งขันด้วยกัน แต่ไม่ได้รับเหรียญกลับมา ตนก็อยากบอกให้เพื่อนทุกคนพยายามต่อไป อย่าท้อแท้ และพยามยามทำข้อสอบเก่าให้มากขึ้น ส่วนคนที่อยากจะร่วมเข้าแข่งขันเหมือนตน ก็ควรจะฝึกทำโจทย์ให้มาก ทบทวนและร่วมกิจกรรมเข้าแข่งขันอยู่เสมอ
ส่วนนายนายวรมนต ยมจินดา อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นม.4 ร.ร.เตรียมอุดมศึกษากรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ข้อสอบครั้งนี้มีความยากมาก ขนาดตนฝึกทำโจทย์ข้อสอบเก่ามาโดยตลอด ยังทำคะแนนได้เพียงเหรียญทองแดงเท่านั้น จากนี้ก็จะพยายามให้มากขึ้น โดยก่อนไปแข่งนั้น ตนจะอ่านหนังสือและทำความเข้าใจกับโจทย์เก่ามากกว่าการกวดวิชา เพราะตนคิดว่าการอ่านหนังสือและทำข้อสอบบ่อย จะทำให้มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
ขณะที่นายวรวิทธิ์ จินตนาโชติ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นม.4 ร.ร.เตรียมอุดมศึกษากรุงเทพฯ กล่าวว่า การเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ตนไม่ได้รับเหรียญรางวัลกลับมา ยอมรับว่าข้อสอบมีความยาก ประกอบกับตื่นเต้นที่ต้องแข่งกับตัวแทนนักเรียนจากจีน ซึ่งเป็นประเทศเจ้าภาพที่มีความเชี่ยวชาญ จึงทำให้ไม่มีสมาธิ และรู้สึกเสียใจ เนื่องจากมองว่ายังทำไม่เต็มที่ จากนี้ตนจะพยายามอ่านหนังสือและทำข้อสอบให้มากขึ้นกว่าเดิม หากครั้งต่อไปได้รับการคัดเลือก ตนจะทำให้ดีกว่านี้ และจะนำเหรียญรางวัลกลับมาให้ได้
ทั้งนี้ สพฐ.ยังมีเวทีระดับนานาชาติ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้แสดงความสามารถอีก 3 เวที คือ การแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ระดับประถมศึกษา ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-16 ก.ย. 54 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ การแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ ระดับประถมศึกษา ระหว่างวันที่ 20-26 ต.ค. 54 ที่ประเทศอินเดีย และการแข่งขันคณิตศาสตร์ โอลิมปิกเอเชีย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระหว่างวันที่ 12-19 พ.ย. 54 ที่ประเทศเนปาล อีกด้วย
ที่มาไทยรัฐ
ทำแผนรอชงเสมา 1
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มอบหัวหน้าส่วนราชการ นำนโยบายรัฐบาลใหม่มาพิจารณา เพื่อทำแผนขึ้นเงินเดือน 15,000 บาท การแก้ปัญหาหนี้สินครู และการแจกแท็บเลตนักเรียนเอกชน โดยให้นำกลับมาเสนอในสัปดาห์หน้า…
นายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้มอบให้หัวหน้าส่วนราชการนำนโยบายของรัฐบาลใหม่มาพิจารณาเปรียบเทียบกับโครงการที่ดำเนินการอยู่ว่ามีเรื่องใดที่ต้องปรับปรุง หรือยกเลิกบ้าง รวมทั้งต้องใช้งบฯเพิ่มเติมเท่าไหร่ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องคิดอัตราบัญชีเงินเดือนใหม่ตามนโยบายที่จะให้ผู้ที่จบปริญญาตรี ได้รับเงินเดือน 15,000 บาท โดยต้องคำนวณว่า หากรัฐบาลจะดำเนินการนโยบายนี้ต้องใช้งบฯเท่าไหร่ และมีแผนการปรับเงินเดือนเพิ่มอย่างไร ซึ่งอาจจะปรับเป็น 3 ขั้น หรือปรับทีเดียว รวมทั้งการแก้ปัญหาหนี้สินครู และการแจกแท็บเลตนักเรียนเอกชน โดยให้นำกลับมาเสนอในสัปดาห์หน้า.
ที่มาไทยรัฐ
แพทยสภาถกแก้กฎ “สิทธิการตาย”

แพทยสภาถกแก้กฎ “สิทธิการตาย” ก่อนนำเสนอต่อ รมว.สาธารณสุข เพื่อดำเนินการต่อไป ส่วนในระหว่างนี้ให้แพทย์ใช้แนวทางปฏิบัติ เมื่อได้รับหนังสือแสดงเจตนาฯตาม ที่แพทยสภากำหนดก่อนหน้านี้…
ศ.คลินิก นพ.อำนาจ กุสลานันท์ นายกแพทยสภา เผยหลังเป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการศึกษารายละเอียดและกำหนดแนวทางดำเนินการเกี่ยวกับ กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 และประกาศสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ว่า ตามมาตรา 12 และกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขเป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต หากนำมาสู่การปฏิบัติของแพทย์อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ป่วย ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกัน 4 ข้อหลัก คือ 1.การกำหนดวาระสุดท้ายของชีวิต ตามกฎกระทรวงฯเขียนไว้ค่อนข้างกว้าง อาจมีปัญหาในทางปฏิบัติ แพทยสภาจึงจะเป็นผู้กำหนดนิยามของคำว่าวาระสุดท้ายของชีวิตเอง เพื่อให้ถูกต้องตามเจตนารมณ์อย่างแท้จริง โดยจะเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและราชวิทยาลัยต่างๆมาประชุมหารือร่วมกัน
นายกแพทยสภา กล่าวอีกว่า 2.สถานที่ในการทำหนังสือแสดงเจตนาฯนั้น เดิมทำที่ใดก็ได้ แต่ที่ประชุมเสนอให้มีการทำในสถานที่ 4 แห่งเท่านั้น คือ โรงพยาบาลที่คนไข้รักษาตัว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ 3.หนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขของ สช.นั้น ระบุว่าให้แพทย์กรุณาหยุดการบริการ ซึ่งในทางปฏิบัติคงไม่มีแพทย์คนใดกล้าดำเนินการเพราะเท่ากับทำให้ผู้ป่วยตาย และ 4. ต้องตัดคำว่า “กรุณาหยุดการบริการ” ออกไปทั้งหมด ทั้งนี้จะนำเสนอต่อ รมว.สาธารณสุขเพื่อดำเนินการต่อไป ส่วนในระหว่างนี้ให้แพทย์ใช้แนวทางปฏิบัติเมื่อได้รับหนังสือแสดงเจตนาฯตามที่แพทยสภากำหนดก่อนหน้านี้.
ที่มาไทยรัฐ
สารปนเปื้อนในอาหารทำไทยป่วยร่วมล้านคนต่อปี

สธ.ระบุสารปนเปื้อนในอาหารทำคนไทยป่วยร่วมล้านคนต่อปี โดยในปี 53 มีผู้เสียชีวิตแล้ว 42 ราย เตรียมเร่งรัดให้ทุกจังหวัดเข้มงวด-ลงโทษตามกฎหมาย เพื่อให้อาหารมีความปลอดภัย 100 % …
วันที่ 2 ส.ค. นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลัง เปิดโครงการ “มสส.ตลาดนัดสีเขียว” โดยมีเป้าหมายจะพัฒนาเป็นตลาดสีเขียวต้นแบบจำหน่ายผลิตภัณฑ์ธรรมชาติปลอดสารพิษ ทั้งผักสด ผลไม้ อาหาร ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง จากสมุนไพรแปรรูป เพื่อขยายผลให้หน่วยงานสาธารณสุขทั่วประเทศนำไปดำเนินการต่อ โดยตลาดนัดสีเขียวนี้จะเป็นตลาดกลางระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์ กับผู้บริโภคซึ่งเป็นบุคลากรสาธารณสุขและขยายผลต่อถึงกลุ่มประชาชน ให้บริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย ลดการเจ็บป่วยจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษ สารเคมีต่างๆ และว่า ความปลอดภัยด้านอาหารเป็นเรื่องสำคัญต่อสุขภาพของทุกคน เนื่องจากอาหารเป็นปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญที่สุด ต้องบริโภคทุกวัน และมีผลต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงนักวิชาการระดับสากลว่า สุขภาพขึ้นอยู่กับอาหารที่บริโภค กระทรวงสาธารณสุขได้มีการรณรงค์และเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ.2546 เป็นต้นมา โดยอาหารที่มีเชื้อโรคหรือสารปนเปื้อน เป็นสาเหตุให้เกิดการเจ็บป่วยทั้งในระยะสั้น เช่น อุจจาระร่วง ในปี 2553 มีรายงานป่วย 1 .3ล้านราย เสียชีวิต 42 ราย ส่วนการก่อผลกระทบในระยะยาว พิษสะสมจนเกิดเป็นโรคมะเร็ง มีรายงานเสียชีวิตปีละ 60,000 ราย
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผลสำรวจสถานการณ์ความปลอดภัยด้านอาหารในประเทศล่าสุดในปี 2553 ได้สุ่มตรวจสารปนเปื้อน 8 ชนิดจากทั่วประเทศ ได้แก่ สารเร่งเนื้อแดง สารบอแรกซ์ สารฟอกขาว ฟอร์มาลิน สารกันรา ยาฆ่าแมลง น้ำมันทอดซ้ำ อะฟลาทอกซิน และจุลินทรีย์ก่อโรค รวมทั้งหมด 517,175 ตัวอย่าง พบว่าร้อยละ 99 อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย มีการปนเปื้อนเพียง 5,751 ตัวอย่างคิดเป็นร้อยละ 1 โดยตรวจพบจุลินทรีย์ในอาหารปรุงสำเร็จมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 10 รองลงมาคือสารอะฟลาทอกซินในถั่วลิสงป่นแล้ว คิดเป็นร้อยละ 7 และน้ำมันทอดซ้ำ ที่ใช้ในการทอดขนมต่างๆ ร้อยละ 5 จะเร่งรัดให้ทุกจังหวัดดำเนินการเข้มงวด ลงโทษตามกฎหมาย เพื่อให้อาหารมีความปลอดภัย 100 %.
ที่มาไทยรัฐ
สธ.เตือนระวัง 6 โรคที่มากับน้ำท่วม

สธ.สั่งสาธารณสุขจังหวัดเฝ้าระวัง 6 โรคที่มากับน้ำท่วม พร้อมเร่งทำความเข้าใจกับ ปชช.เพื่อป้องกันไม่ให้เจ็บป่วย…
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่น้ำท่วมเฝ้าระวัง 6 โรคที่พบได้บ่อยในช่วงน้ำท่วม ได้แก่ โรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส อหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์ โรคตับอักเสบเอ โรคตาแดง และโรคไข้เลือดออก โดยเร่งให้ความรู้ความเข้าใจประชาชนเพื่อการป้องกันไม่ให้เจ็บป่วย และขอความร่วมมือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ห้ามถ่ายอุจจาระหรือทิ้งขยะลงน้ำ เนื่องจากจะทำให้น้ำสกปรก เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด โดยเฉพาะโรคที่ติดต่อทางอาหารและน้ำดื่ม เช่น โรคอุจจาระร่วง ไข้ไทฟอยด์ อหิวาตกโรค หากส้วมไม่สามารถใช้การได้ ขอให้ถ่ายอุจจาระลงในถุงดำหรือถุงพลาสติก แล้วมัดปากถุงให้แน่นเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี
นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า สำหรับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโสมเยี่ยม จ.อุดรธานี ที่ถูกน้ำท่วมสูง 80 เซนติเมตร ต้องปิดบริการชั่วคราวนั้น ขณะนี้สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติแล้ว พร้อมกันนี้ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง เช่น ที่อุตรดิตถ์ ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 2 ทีม ไปให้บริการที่ อ.ทองแสนขัน และเขต อ.เมือง ที่เชียงใหม่ จัดหน่วยแพทย์ 2 ทีมลงให้บริการที่ อ.สันกำแพง ส่วนที่อุดรธานีให้บริการที่ ต.นายูง โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดส่งยาชุดน้ำท่วมและเวชภัณฑ์ ไปให้จังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม 6 จังหวัด รวมทั้งหมด 49,000 ชุด ประกอบด้วยอุตรดิตถ์ 5,000 ชุด น่าน 10,000 ชุด หนองคาย 20,000 ชุด พิจิตร 5,000 ชุด แพร่ 4,000 ชุด และพิษณุโลก 5,000 ชุด.
ที่มาไทยรัฐ